แนวทางปฏิบัติ

posted on 03 Sep 2008 19:24 by jeeeeeep

       แม้ว่าการนำแนวทางของ Green Computing เข้ามาใช้งานกันในองค์กรต่าง ๆ มากมาย แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้างในแนวคิดในการนำมาปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ทุกๆ ฝ่ายต่างก็เห็นพ้องกันว่า ทุกองค์กรที่มีการนำระบบไอทีเข้ามาใช้งาน จะต้องมีการประเมินระบบของตนเองใหม่ เพื่อนำแนวความคิดของ Green Computing เข้ามาปรับเปลี่ยนการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นด้านของอุปกรณ์หรือด้านนโยบายการใช้งาน แนวทางปฏิบัติในการนำแนวคิด Green Computing เข้ามาใช้งานมีอยู่ 3 แบบด้วยกันคือ 

1. ปรับเพิ่มการใช้งานอย่างค่อยเป็นค่อยไป : กลุ่มนี้จะเน้นการคงไว้ซึ่งโครงสร้างของระบบไอที และนโยบายการใช้งานที่มีอยู่เดิมไว้ก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มเสริมโซลูชั่นทางด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ามาให้รวมเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกันกับระบบเก่าตัวอย่างการใช้งานจริงของกลุ่มนี้ เช่น การเลือกนโยบายในการจัดการด้านพลังงานสำหรับอุปกรณ์ประมวลผล การปรับเปลี่ยนทางด้านนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยากมากนัก ไม่ต้องสร้างเป็นแผนงานที่เฉพาะเจาะจง และต้องการเพียงแค่การปรับเปลี่ยนนโยบายทีละเล็กน้อย

2. เพิ่มแผนการปรับเปลี่ยนเข้าไปในกลยุทธ์ขององค์กร : กลุ่มนี้มองเห็นว่า ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและการรับผิดชอบต่อสังคม เป็นแนวทางหลักหนึ่งในกลยุทธ์ของการดำเนินธุรกิจ และมองเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และนโยบายทางด้านระบบประมวลผลหรือไอทีในแบบเก่าออกไปเลย โดยอาศัยเหตุผลทางด้านความคุ้มค่าจากการค่าใช้จ่ายที่ลงทุน (เปลี่ยนระบบ) ไป รวมไปถึงปัจจัยเสริมด้านอื่น ๆ เช่น การสร้างแบรนด์ขององค์กรการทำการตลาดทางด้านสิ่งแวดล้อม หรือการว่าจ้างพนักงานเพิ่มเข้ามาในองค์กร เป็นต้น เหล่านี้สามารถเป็นเหตุผลให้องค์กรปรับเปลี่ยนระบบประมวลผลไปสู่แนวทางของ Green Computing ได้มากขึ้น เช่น แผนกไอทีตัดสินใจเปลี่ยนคอมพิวเตอร์แบบเดสก์ท้อปออกไปจากแผนกใด ๆ เลย แล้วปรับเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มแบบ Thin Client แทน เป็นต้น

3. ปรับเปลี่ยนทั้งหมดในคราวเดียว : กลุ่มนี้เชื่อว่าอุปกรณ์ระบบประมวลผลในองค์กรของตน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการนำระบบไอทีมาใช้งานเป็นเวลานาน และอุปกรณ์ที่ใช้งานเหล่านั้นเป็นอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ไร้ประสิทธิภาพทางด้าน การใช้พลังงานโดยสิ้นเชิงจึงมีความคุ้มค่าที่จะลงทุนปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ทั้งหมด

ที่มา : http://htm.payap.ac.th/htm2/htmsite/index.php?option=com_content&task=view&id=48&Itemid=9

สกรีนเซฟเวอร์ไม่ลดการใช้พลังงาน

        ถ้าสกรีนเซฟเวอร์แสดงผลภาพขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นานกว่า 5 นาทีขึ้นไป นั่นแสดงว่ากำลังเสียพลังงานไฟฟ้าไปเปล่า ๆ เพราะโปรแกรมสกรีนเซฟเวอร์ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยืดอายุของจุดภาพบนหน้าจอรุ่นเก่าที่ในหลอดภาพมีฟอสฟอรัสบรรจุอยู่ภายใน แต่โปรแกรมสกรีนเซฟเวอร์ไม่ได้ช่วยอะไรเมื่อใช้งานกับจอ LCD และไม่ได้ช่วยให้มีการประหยัดพลังงานแต่อย่างใด

        สกรีนเซฟเวอร์ที่แสดงผลด้วยการเลื่อนภาพบางอย่างไปมาบนหน้าจอ มีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าในระดับเดียวกันกับการใช้งานแบบปกติ และถ้าเป็นโปรแกรมสกรีนเซฟเวอร์ที่ต้องให้หน่วยประมวลผลช่วยประมวลผลด้วยล่ะก็ จะเพิ่มอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าข้นไปอีกโดยปริยาย ถ้าจะเลือกใช้งานสกรีนเซฟเวอร์ที่ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า การเลือกสกรีนเซฟเวอร์แบบ Blank จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แม้ว่าจะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานได้น้อยมากก็ตาม

เปิดใช้งานคุณสมบัติ Power Management

        จากโปรแกรม Energy Star ที่เข้ามาควบคุมข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทางด้านคอมพิวเตอร์ ทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สามารถถูกสั่งให้เข้าสู่โหมด “ปิดการทำงาน” ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสถานะที่ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงเมื่อไม่มีการใช้งานอุปกรณ์นั้น ๆ เป็นเวลานาน และคุณสมบัติข้อนี้ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการประมวลผลแต่อย่างใด

        ประมาณกันว่า เมื่อคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกเปิดใช้งานคุณสมบัติทางด้าน Power Management เพื่อให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์เอง สามารถเข้าสู่โหมด “Sleep mode” ได้โดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งานระยะเวลาหนึ่ง จะช่วยลดอัตราการใช้พลังงานทั่วโลกได้มากถึง 60-70% เมื่อเทียบกับการไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ ซึ่งจะเป็นการประหยัดเงินตราและทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกนำมาสร้างพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล เทียบเท่ากับการช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ออกสู่บรรยากาศของรถยนต์ประมาณ 5ล้านคันทีเดียว ขั้นตอนการเปิดใช้งานคุณสมบัติด้าน Power Management นั้นก็แสนง่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานคอมพิวเตอร์ในแพลตฟอร์มแมคอินทอซหรือพีซี ดังนี้

        สำหรับผู้ใช้งานแมคอินทอช ให้เลือกไปที่ เมนู Apple แล้วเลือกไปที่ System Preferences… สำหรับ OS X หรือเลือก Control Panels สำหรับ OS 9 จากนั้นคลิกเลือกไปที่ Energy Saver แล้วกำหนดตั้งค่าการประหยัดพลังงานตามคำแนะนำ

        สำหรับผู้ใช้งานพีซี ให้คลิกขวาลงบนพื้นที่ว่างของหน้าจอเดสก์ท้อป เลือกไปที่เมนู Properties จากนั้นให้เลือกไปที่แท็บ Screen Saver ที่ด้านล่างของหน้าต่างใกล้ ๆ กับโลโก้ของ Energy Star ให้คลิกไปที่ปุ่ม Power หรือ Setting (ขึ้นอยู่กับรุ่นของระบบปฏิบัติการที่กำลังใช้งาน) แล้วกำหนดตั้งค่าประหยัดพลังงานตามคำแนะนำ

        ค่าที่แนะนำในการกำหนดตั้งค่าก็คือกำหนดให้จอมอนิเตอร์เข้าสู่สถานะ Sleep ในเวลา 20 นาที และกำหนดให้ระบบทั้งหมดเข้าสู่สถานะ Sleep ในเวลา 30 นาที อย่างไรก็ตามจอมอนิเตอร์รุ่นใหม่ ๆ ได้มีคุณสมบัติในการประหยัดพลังงานมาในตัวเอง และจะเข้าสู่สถานะ Sleep ได้เองโดยอัตโนมัติ ตามค่าที่กำหนดมาจากโรงงานผลิตหรือค่าที่ให้ผู้ใช้งานกำหนดเวลาได้เอง

ปิดคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ไม่มีการใช้งาน

        เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ธรรมดาที่สุด และสามารถประหยัดพลังงานได้มากเช่นเดียวกันโดยมีแนวทางดังนี้

        • ปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ เมื่อไม่ได้มีการใช้งาน การปิดและเปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริมไม่ได้มีอันตรายใด ๆ ต่อตัวอุปกรณ์
        • ไม่ควรให้คอมพิวเตอร์เปิดทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ถ้าลักษณะของการทำงานไม่ได้เป็นแบบการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
        • ปิดคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเวลากลางคืนและช่วงวันหยุด
        • มองหาช่วงเวลาในระหว่างวัน ที่สามารถปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ เช่น เวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน หรือช่วงประชุมเป็นต้น ถ้าไม่อยากปิดการทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ปิดเฉพาะจอมอนิเตอร์ก็ยังดี
        • ไม่เปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงจนกว่าจะมีการใช้งานจริง ๆ
        • การใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันร่วมกันหลาย ๆ คน โดยที่แต่ละคนใช้งานไม่มากนัก และใช้งานเป็นเวลาสั้น ๆ เช่น เช็คอีเมล์ เป็นต้น เป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการให้ทุก ๆ คนมีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะของตัวเอง
        • หลีกเลี่ยงการใช้สวิทช์ตัวเดียว เปิดการทำงานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน
        • เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์นั้น ถ้ายังไม่มีการใช้งานจริง ๆ ก็อย่าเปิดขึ้นมา หรือถ้าเปิดขึ้นมาก็ให้กำหนดคุณสมบัติให้เครื่องพิมพ์เข้าสู่สถานะ “Sleep” เมื่อไม่มีการใช้งานระยะเวลาหนึ่ง
        • ลองศึกษาดูว่าเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดใช้บริการเฉพาะภายในสำนักงานนั้น สามารถเปิดการทำงานในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงวันหยุดได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ให้ปิดเสียจะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก
        • สำหรับจอมอนิเตอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์นั้น ไม่มีความจำเป็นจะต้องเปิดให้ทำงานตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อไม่ได้มีการเข้ามาทำงานที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ หรือเมื่อเข้ามาทำงานกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสร็จแล้ว ก็ให้กดปุ่มสวิทซ์ปิดการทำงานของจอลงเสีย

แนวทางอื่น ๆ

        ยังมีแนวทางปฏิบัติอื่น ๆ อีกหลายแนวทางของ Green Computing แนวทางปฏิบัติเหล่านี้เกี่ยวเนื่องมาจากการใช้งานระบบไอทีนั่นเอง นั่นคือ การประหยัดการใช้งานกระดาษการประหยัดตลับหมึกพิมพ์ การกำจัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ และแนวทางการตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ชิ้นใหม่ เป็นต้น

ลดการใช้งานกระดาษ

        เป็นที่น่าแปลกใจว่า การมีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยทำงานได้อย่างมากในปัจจุบัน น่าจะช่วยลดการใช้งานกระดาษลงไปได้อย่างมาก กลับกลายเป็นว่าคอมพิวเตอร์เป็นสาเหตุให้มีการใช้งานกระดาษเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากทุก ๆ คนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ ต่างก็ต้องการพิมพ์สิ่งที่ตัวเองต้องการเก็บไว้บนกระดาษนั่นเอง ทั้ง ๆ ที่มีแนวทางในการประหยัดการใช้งานกระดาษอยู่ตั้งมากมาย อย่างเช่นแนวทางต่อไปนี้

        • พิมพ์เอกสารด้วยขนาดตัวอักษรที่เล็กที่สุดเท่าที่จะยอมรับได้ โดยการดูตัวอย่างการพิมพ์จากโปรแกรมสั่งพิมพ์เสียก่อนที่จะพิมพ์ ซึ่งจะช่วยให้ลดจำนวนหน้ากระดาษที่ต้องพิมพ์ลงได้ เมื่อเทียบกับการพิมพ์ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่หรือภาพขนาดใหญ่ แต่ทางที่ดีที่สุดในการประหยัดก็คือ บันทึกงานที่ต้องการเก็บนั้นไว้ในดิสก์
        • กระดาษที่พิมพ์แล้วให้นำกลับมาใช้งานใหม่ ด้วยการเก็บรวบรวมไว้ส่งจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อ หรือกระดาษที่พิมพ์เพียงด้านเดียวก็ให้นำอีกด้นมาใช้งานเสียก่อน แล้วค่อยเก็บไปจำหน่าย
        • เลือกใช้งานเฉพาะกระดาษที่สามารถนำกลับมางานได้ใหม่ (Recycle) ได้เท่านั้น
        • บันทึกอีเมลสำคัญไว้บนดิสก์แทนการพิมพ์ออกมาบนกระดาษ
        • ให้ใช้งานอีเมลแทนการใช้แฟกซ์ หรือส่งแฟกซ์ออกไปจากคอมพิวเตอร์โดยตรง ทำให้ไม่ต้องพิมพ์เอกสารออกมาก่อนแล้วค่อยส่งแฟกซ์และระบุผู้รับพร้อมข้อความไว้ด้านบนของหน้าแฟกซ์ โดยไม่ต้องใช้ใบนำหน้าแฟกซ์ โดยไม่ต้องใช้ใบนำหน้าแฟกซ์ที่จะต้องเสียกระดาษไปอีกด้านหนึ่ง
        • แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ได้ 2 หน้ากระดาษในตัวเอง
        • เอกสารที่ใช้งานร่วมกัน เช่น เอกสารในการประชุม เป็นต้น ให้ใช้วิธีแบ่งกันดูในห้องประชุม แล้วแจกจ่ายเอกสารเดียวกันทางอีเมลให้กับทุกคนอีกทีหนึ่ง

การเลือกใช้อุปกรณ์

        ก่อนที่จะมีการเลือกซื้อหรือเลือกใช้งานอุปกรณ์ทางด้านไอทีใด ๆ ควรจะคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้

        • มีความต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นหรืออุปกรณ์นั้นจริงหรือไม่
        • สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานด้วยการอัพเกรดแทนการซื้อใหม่ได้หรือไม่
        • สามารถใช้ซอฟต์แวร์ทำงานแทนฮาร์ดแวร์ที่ต้องการนั้นได้หรือไม่
        • เลือกซื้อเฉพาะอุปกรณ์ที่ป้ายฉลาก “Energy Star” เท่านั้น
        • เลือกซื้อจอมอนิเตอร์ที่มีขนาดใหญ่เท่าที่จำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น
        • เลือกซื้อเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตแทนแบบเลเซอร์ จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่ากันถึง 80-90% และคุณภาพการพิมพ์ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน
        • เลือกซื้อเครื่องพิมพ์ที่สามารถต่อเข้ากับระบบเครือข่าย และเปิดแชร์การใช้งานเครื่องพิมพ์ร่วมกัน
        • เมื่อต้องซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งเครื่องให้เลือกคอมพิวเตอร์ที่มีฉลาก “Green Computers” เพราะคอมพิวเตอร์ที่ป้ายฉลากนี้ นอกจากจะออกแบบให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังออกแบบให้ใช้วัสดุที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อย และวัสดุบางชนิดสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกด้วย

        แนวทางปฏิบัติเหล่านี้ใคร ๆ ก็สามารถทำกันได้ ขอเพียงตั้งใจจริง ก็จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลกกันได้อย่างมหาศาล

ที่มา : http://htm.payap.ac.th/htm2/htmsite/index.php?option=com_content&task=view&id=48&Itemid=9