“Green IT” คำนี้เป็นคำใหม่ที่คนทั่วไปได้ยิน บางท่านอาจจะนึกถึงการใช้ อินเตอร์เน็ตแบบไม่มีพิษภัย ต่อเยาวชน หรือการใช้ IT แบบปลอดภัย แต่ในที่นี้ไม่ใช่ เป็นเรื่องของ “สูงสุดสู่สามัญ” คือเมื่อเราใช้ทรัพยากรธรรมชาติ จนธรรมชาติเริ่มโกรธคนบนโลกแล้ว เราก็เลยต้องกลับมาคำนึงถึงธรรมชาติ คำนึงถึงผู้อื่นมากยิ่งขึ้น โดย “Green IT” จะเป็นการศึกษาและการใช้ IT โดยดูจากประสิทธิผล ที่เราได้รับ โดยดูจาก 3 ส่วนประกอบกันคือ ด้านเศรษฐศาสตร์, การรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อม ดูว่าส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ที่เรานำมาใช้นั้น จะต้องนำกลับมาใช้ได้มากที่สุดโดยในอนาคตอันใกล้ ต้องสามารถนำกลับมาใช้ได้ทั้งหมด ไม่มีส่วนประกอบที่ทำจากสารพิษ อุปกรณ์ต้องใช้พลังงานน้อยลง แต่ความสามารถต้องมากขึ้น ตามคอนเซปท์ที่ว่า “Maximum megabytes for minimum kilowatts”ใน CeBIT ครั้งนี้มี Hall ที่เกี่ยวกับ Green IT 1 Hall เลยที่เดียว มีบริษัทชั้นนำของโลกได้แก่ IBM, Fujitsu Siemens Computers, Intel, Dell เป็นต้น ต่างให้ความสำคัญกับ “Green IT” อย่างมาก เพราะเล็งเห็นประโยชน์ของคนส่วนรวม ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรที่นำเอา “Green IT” มาใช้ เพราะแม้ว่าในปัจจุบันนั้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่า แต่ประโยชน์ที่จะก่อเกิดขึ้นนั้นคุ้มค่ายิ่งกว่า นับเป็นหัวข้อที่เราจำเป็นต้องใส่ใจกันมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีที่เป็นแนวโน้มที่เราจะเห็นในอนาคต ได้แก่
·   Memory Technology ซึ่งใช้พลังงานน้อยจะถูกเป็นตัวหลักในการจัดเก็บข้อมูลทำงานแทนการใช้ Disk ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าสูงกว่า
·   การพัฒนาเทคโนโลยีของ Processor, hard disk, supply units ให้ลดการใช้พลังงานและลดความร้อน เพื่อที่ใช้พลังงานในการทำความเย็นน้อยลง
·   การเลือกใช้ Software ที่ประหยัดพลังงาน เช่น Solaris 10 สามารถประหยัดพลังงานได้ 30% เมื่อเทียบกับ Solaris 8 ซึ่งในอนาคตอาจจะเป็นมาตราฐานอีกตัวในการพัฒนาซอฟต์แวร์ว่าคุณพัฒนา ซอฟต์แวร์ได้มาตราฐานการประหยัดพลังงานหรือไม่ ?

ที่มา : http://chalaivate.hi5.com/friend/profile/displayJournalDetail.do?ownerId=12305801&journalId=50594168
ภาพ : http://www.greenit.net/